ผิวหนังอักเสบ

ผิวหนังอักเสบ คัน รักษายังไง ผิวหนังอักเสบที่หน้า เป็นหนอง ใช้อะไร

ผิวหนังอักเสบ คัน อาการแสบคันบริเวณผิวหนังที่หน้า หรือทั่วร่างกาย ซึ่งไม่ได้เป็นโรคติดต่อ หรือมีอันตรายที่มากมายนัก แต่มักจะก่อให้เกิดความรำคาญ ผิวหนังอักเสบ ยังถือว่าเป็นหนึ่งในอาการของโรคผิวหนัง ถึงแม้ว่าจะไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่ถ้าหากปล่อยเอาไว้โดยไม่ใส่ใจดูแล บรรเทา รักษาอาการอย่างถูกต้อง ก็อาจจะทำให้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังกวนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับใครที่คิดว่า ตัวเองกำลังมีอาการผิดปกติที่ผิวหนัง.

ผิวหนังอักเสบ

ปัญหากวนใจที่มักมาพร้อมกับอากาศเย็นและแห้งในช่วงหน้าหนาวโดยไม่ทันได้ระวัง คือโรคผิวหนังและที่พบได้บ่อยๆ คือโรคผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมัน โรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นผื่นแดง มีสะเก็ดเล็กๆ เป็นขุย ลอกเป็นมันมีขอบเขตชัดเจนมักเป็นในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น บริเวณระหว่างคิ้ว ซอกจมูก ในรูหู หลังใบหู  บริเวณหนังศีรษะ ไรผม ตามซอกคอ หน้าอกช่วงบน แผ่นหลังช่วงบน บริเวณรักแร้หรือขาหนีบก็พบได้ โดยผื่นเหล่านี้มักจะเป็นๆ หายๆ และอาจเป็นมากขึ้นในบางช่วงเวลา เช่น เมื่ออากาศหนาวเย็นหรือช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ.

สำหรับโรคผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมันที่เกิดกับหนังศีรษะจะต่างจากรังแค โดยที่รังแคจะเป็นสะเก็ดขุยสีขาวหรือเทา และมีอาการคันหนังศีรษะแต่ไม่มีอาการอักเสบบวมแดงที่หนังศีรษะเลย ส่วนโรคผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณต่อมไขมันจะมีอาการอักเสบของหนังศีรษะร่วมด้วย    ยิ่งถ้าไปแกะ เกาด้วยแล้ว อาจมีน้ำเหลืองไหลซึมออกมาได้ หากทิ้งไว้ไม่รักษา นานๆเข้าสะเก็ดจะหนามากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้.

โรคนี้ส่วนใหญ่มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 40 ปี แต่ในทารกระยะ 6 เดือนแรกหรือในผู้สูงอายุก็พบได้เช่นกัน พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าโรคนี้อาจเกี่ยวข้องกับเชื้อยีสต์ที่อาศัยอยู่ในรูขุมขน ไปกินไขมันและโปรตีนของผิวหนังเป็นอาหาร ทำให้เกิดการกระตุ้นการลอกตัวของผิวหนังเป็นขุยเล็กๆ และเชื้อยีสต์นี้เป็นเชื้อที่มีอยู่เป็นปกติจึงอาจมีโอกาสเป็นใหม่ได้อีกเสมอ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีผนังรูขุมขนไม่แข็งแรง เซลล์หนังกำพร้าบริเวณนั้นๆ จะหลุดลอกง่าย ทำให้เกิดการอักเสบแบบเรื้อรังเป็นๆ หายๆ และแสงแดด  ความร้อน  ความหนาวเย็น  อากาศแห้ง  ความเป็นด่างของสบู่  และเครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์    สามารถกระตุ้นให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงและลอกเป็นขุยได้ด้วย.

ผิวหนังอักเสบ

                   การดูแลรักษาเมื่อเป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมัน ผู้ที่เป็นควรพบแพทย์เพื่อให้การรักษาและป้องกันผลแทรกซ้อนจากยาที่ใช้ในการรักษาด้วย เนื่องจากโรคผื่นลักษณะนี้อาจต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ส่วนการล้างหน้าควรใช้สบู่ที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวหรืออาจใช้น้ำเปล่าล้างหน้าก็ได้ ควรล้างหน้าด้วยความนุ่มนวล และไม่ควรล้างหน้าบ่อยจนเกินไป เลือกใช้ครีมที่ไม่มีสารก่อให้เกิดอาการแพ้และระคายเคืองได้ง่าย และเหมาะกับสภาพผิว ควรเลือกใช้เครื่องสำอางชนิดที่ใช้สำหรับผิวแพ้ง่าย และไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะกระตุ้นให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นแดงและลอกเป็นขุยได้ ควรใช้ครีมกันแดดป้องกันรังสีในแสงแดดด้วย โรคนี้มักจะมีอาการเป็นๆ หายๆ และไม่หายขาด การรู้วิธีดูแลสุขภาพร่างกายและดูแลผิวอย่างถูกต้อง จะช่วยทำให้อาการต่าง ๆ ของโรคเป็นน้อยลงและหายเร็วขึ้นได้ค่ะ.

ผิวหนังอักเสบ,  ผื่นแดง
อาการของผิวหนังอักเสบที่เรียกว่า   “เอ็กซีมา (eczema)”   หมายถึง ผิวหนังอักเสบชนิด มีผื่นแดงหรือมีตุ่มน้ำ อาการอาจจะเล็กน้อยหรือรุนแรงก็ได้ ส่วน   “เดอมาไททิส(dermatitis)” หมายถึง ผิวหนังอักเสบอย่างแท้จริง เกิดจากการสัมผัสกับวัตถุหรือสารเคมีที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง มีอาการเกิดจากภูมิแพ้หรือความเครียด หากเกิดจากภูมิแพ้ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุ อาการก็จะดีขึ้น

ผิวหนังอักเสบ คัน ให้กินวิตามิน
วิตามินเอ    ลดการเกิดสะเก็ดแข็งของผิวหนัง
วิตามินบีรวม   บำรุงผิว และช่วยเพิ่มจำวนเซลล์
วิตามินซี   ต้านฮิสทามิน
วิตามินดี   จำเป็นสำหรับสุขภาพผิว
วิตามินอี   เร่งให้แผลหาย
ไบโอทิน   สร้างกรดไขมัน ที่สำคัญต่อสุขภาพผิว

ผิวหนังอักเสบที่หน้าควรกินเกลือแร่

ซีลีเนียม ต้านอนุมูลอิสระ
สังกะสี ลดผื่นแพ้

สารอาหารอื่น

โอเมกา 3   น้ำมันปลาลดการอักเสบ
โอเมกา 6   น้ำมันอีฟนิงพริมโรส  ลดอาการคัน และเร่งให้แผลหายเร็ว
อะซิโดฟิลัส   หากใช้ยาปฏีชีวนะควรเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้
ไบโอฟลาโวนอยด์   เสริมการทำงานของวิตามินซี

อาหารที่ควรเลือก

·       ปลาแซมอนและปลาซาร์ดีน

·       นัตและเมล็ดพืช

·       ธัญพืชไม่ขัดขาว

·       ผักใบเขียวและผลไม้สด

·       เนื้อไก่

ผิวหนังอักเสบ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ไขมันสัตว์และอาหารทอด เพราะยับยั้งการสร้างพรอสทาแกลนดินชนิดที่เป็นสารต้านการอักเสบ  งดอาหารที่อาจทำให้แพ้ เช่น ข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์นม ถั่วลิสง อาหารทะเล.

โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (chronic urticaria) เป็นโรคที่เกิดจากการระคายเคืองบริเวณผิวหนัง มีผื่นบวมแดง และมีอาการคันเรื้อรัง มักมีอาการคันต่อเนื่องเกินหนึ่งสัปดาห์ อาการคันอาจเป็นเพียงเฉพาะที่หรือกระจายทั่วตัว อาจส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ เช่น ทำให้เสียสมาธิ รบกวนการทำงาน การนอน หรือส่งผลเสียทางด้านจิตใจ ในผู้ป่วยที่มีการแกะเกามากอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบริเวณผิวหนังตามมาได้ด้วย.

ยาแก้แพ้ หรือ antihistamine เป็นยาที่ใช้ระงับอาการแพ้ที่เกิดจากการหลั่งสาร histamine มีสรรพคุณยับยั้งอาการแพ้ ช่วยลดอาการคัน ลดผื่นจากผิวหนังอักเสบได้เป็นอย่างดี.

การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ชัดเจนจำเป็นต้องใช้ยาแก้แพ้เพื่อรักษาโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังดังกล่าว จากการรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังด้วยยาแก้แพ้ พบว่ายาแก้แพ้ที่มีสรรพคุณลดอาการคันและผื่นได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ยาแก้แพ้ชนิด cetirizine ขนาด 10 mg วันละครั้ง พบว่าสามารถช่วยหยุดอาการคัน ลดผื่นทั้งในระยะสั้นและระยะปานกลางได้ดี, ยา desloratadine ขนาด 5 mg พบว่าสามารถช่วยหยุดอาการคัน ลดผื่นในระยะสั้นได้ดี แต่ระยะปานกลางต้องใช้ยา desloratadine ขนาด 10 mg ถึงจะครอบคลุมอาการได้, ยา levocetirizine ขนาด 5 mg ให้ผลในการหยุดอาการคัน ลดผื่นระยะปานกลางได้ดี แต่ระยะสั้นต้องใช้ยาขนาดสูง 20 mg.

กล่าวโดยสรุป ยาแก้แพ้มีสรรพคุณในการยับยั้งอาการคันและลดผิวหนังอักเสบเรื้อรังได้เป็นอย่างดี โดยยาที่ได้ผลดีมาก ได้แก่ ยา cetirizine.

Leave a comment

LEAVE A REPLY