วิธีรักษาสิวอักเสบ ด้วยตนเอง ให้ได้ผลดี ต้องเริ่มที่มีความรู้และความเข้าใจต่างๆเกี่ยวกับสิวอักเสบ วิธีการแก้ไขปัญหา ปัญหา สิวอักเสบ ต้นตอที่ก่อให้เกิดการอักเสบส่วนใหญ่คือ แบคทีเรีย ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วไปในบรรยากาศทุกอณู เพราะมันมีขนาดเล็กมากมองไม่เห็นด้วยสานตาเปล่ามันอาศัยอยู่ในทุกหนทุกแห่ง แม้แต่ในร่างกายของเราเอง ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำได้อย่างมากก็คือการรักษาความสะอาดบ่อยๆและการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ป้องกัน แบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ จึงเป็น วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ ด้วยตนเอง.

วิธีรักษาสิวอักเสบ

1. อย่าล้างหน้าบ่อยๆ รวมถึงการนวดและการขัดหน้าด้วย เพราะจะทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองและทำให้เกิดสิวได้ง่าย ทางที่ดีควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้งก็พอแล้ว และ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว หรือสบู่สำหรับล้างหน้าเท่านั้น
2. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่จะเป็นการเพิ่มความมันบนใบหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนมากขึ้นได้
3. เวลาเข้านอนไม่ควรทาครีมใดๆ ควรล้างหน้า เช็ดให้แห้ง และเข้านอนทันทีค่ะ
4. เวลาล้างหน้าไม่ควรถูหรือขัดแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบและเป็นหนองเพิ่มขึ้นค่ะ
5. อย่าปล่อยให้ผมสกปรก เพราะผมที่สกปรกจะลงมาปรกตามใบหน้าทำให้สิวเกิดการอักเสบได้ และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผม หรือเจลแต่งผมต่างๆ ด้วย
6. ควรใช้กระดาษซับหน้า เพื่อลดความมันบนใบหน้าแทนการล้างหน้าบ่อยๆ
7. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้าเป็นอันขาด เพราะจะทำให้สิบอับเสบมากยิ่งขึ้น
8. อย่าใช้มือบีบแกะ หรือเกา บริเวณที่เป็นสิว
9. อย่าเครียดหรือวิตกกังวลจนเกินไป ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ทำจิตใจให้แจ่มใส
10. กรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆ เม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรไปพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว

นอกจากจะดูแลตัวเองตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว วิธีรักษาสิวอักเสบ ที่สำคัญอย่าลืมว่าผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรเลือกใช้ผลิตภัณท์ดูแลผิวที่เหมาะกับผิวของตัวเอง และไม่ควรเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ ด้วยค่ะ

สำหรับวิธีรักษาสิวอักเสบ แต่ละคนอาจมีวิธีการรักษาสิวอักเสบที่แตกต่างกันออกไป แต่สรุปโดยกว้างๆมีดังต่อไปนี้

รักษาสิวอักเสบ

1. การรักษาความสะอาดผิวหนังไม่ให้สกปรกหรือสัมผัสกับสิ่งสกปรกบ่อยๆ หลีกเลี่ยงจากแหล่งมลพิษต่างๆ แหล่งที่มีฝุ่นละอองมากๆ

2. พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความวิตกและกังวลต่างๆ ลดภาวะความเครียดและความกลุ้มใจ ปล่อยจิตใจให้ว่าง ทำใจให้สบายๆ

3. รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย งดอาหารประเภทที่มีไขมันสูง อาหารรสจัดๆ แอลกอฮอล์ บุหรี่

4. ออกกำลังกายแต่พอควร เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานสูง และเพื่อขจัดของเสียออกจากร่างกาย

5. ไม่ควรรบกวนผิวหนังจุดที่เป็นสิวอักเสบบ่อยๆ

5. ไม่ควรนวดหรือบีบหรือแกะ เค้น กด จุดที่เกิดสิวอักเสบและบริเวณใกล้เคียง

6. กรณีที่เป็นสิวอักเสบขึ้นมาก ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว และ ผลิตภัณฑ์กำจัดแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูง

ทุกๆปัญหามีวิธีแก้ไขและมีทางออกของปัญหาเสมอ แก้ไขถูกจุด แก้ไขตรงประเด็นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ

หลักการป้องกันสิวอักเสบในเบื้องต้น วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ ด้วยตนเอง

การพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอนหลับให้เพียงพอ – การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอภูมิต้านทานลดลง

ลดความเครียด สร้างอารมณ์ขำขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว

กินอาหารจำพวกผักสีเขียว – การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ลดไขมันไปในตัว

ละเว้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงหรือกินอาการที่มีไขมันสูงแต่พอดี – หากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงมากๆ เข้าไป จะทำให้มีไขมันสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว

ล้างหน้าให้สะอาด – การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวัง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ วิธีรักษาสิวอักเสบ

ใช้กระดาษซับหน้ามัน – หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่ง ควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย

หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว หรือบีบสิว แกะสิว ยุ่งกับเซลล์ผิวให้น้อยที่สุด – เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว

ใช้หลังฝ่ามือลูบแทน – หลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นแล้วการใช้หลังฝ่ามือลูบคลำเล็ก ๆ น้อยๆ ถือว่าไม่ทำให้สกปรกมากนัก แต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

ใช้ยากำจัดหัวสิว – ปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน

ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ – วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A  สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป

ใช้ยาอย่างจริงจัง – การใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม โดยเน้นไปที่ยาประเภท เบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือประเภทที่มีกรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid) ที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ข้อควรระวัง ควรเริ่มใช้จากเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงๆ จะทำให้ผิวเราแพ้ และอาจเกิดอาการแพ้ยา

ใช้ยาฉีดแบบเฉียบพลัน – แพทย์สามารถฉีดโคติโซน ที่เม็ดสิวเพื่อให้สิวยุบภายในไม่กี่ชั่วโมง

ปรึกษาแพทย์ – หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเป็นการดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือ ฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ ซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกรักษาหน้าเปิดอยู่ทั่วไป

สิวอักเสบส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องกับแบคทีเรียโดยตรง ซึ่งเป็นตัวก่อที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นของสิวอักเสบ

จะแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียและไขมันส่วนเกินได้อย่างไร?

สิวอักเสบ

ปฏิกิริยาระหว่างไขมันที่ร่างกายของเราขจัดออกมาตลอดเวลาผ่านทางผิวหนัง กับเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ดังนั้นเพื่อลดการเกิดการอักเสบ จึงควรหมั่นความสะอาดผิวหนัง เพื่อขจัดไขมันและแบคทีเรียออกไป แต่อาจจะป้องกันได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เหตุเพราะเราต้องสัมผัสอยู่กับสิ่งแวดล้อมและแบคทีเรียอยู่ตลอดเวลาแบบหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นจึงนิยมลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆด้วยการปฏิบัติดังนี้.

1. รักษาความสะอาด ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดความมัน

2. หลังทำกิจกรรม ที่มีเหงื่อออกมาก ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรียบนใบหน้า

3. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีสามารถขจัดแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เหมาะกับสภาพผิว

4. ระหว่างที่เป็นสิว ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผม หรือเครื่องสำอางที่มีความเหนียวเหนอะหนะ  เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะตกค้างอยู่แถวๆตีนผม ซึ่งจะทำให้เกิด การระคายเคืองและเป็นสิวขึ้นได้

5. ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยาก

6. ควรรักษาสุขภาพ โดยทั่วไปให้ดีอยู่เสมอ  เช่น รับประทานผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และน้ำสะอาด ให้มากๆ

7. พยายามอย่าเครียดหรือนอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ การเครียดมากๆจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก

แนวทางในการดูแลและรักษาสิวอักเสบและการป้องกันการเกิดสิวอักเสบ
1 ) การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ( P. Acne  ) 2 ) การป้องกันการเกิดสิวอักเสบ เมื่อกำจัดสิวอักเสบได้แล้ว ต้องทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะหวนกลับมาเป็นเป็นอีก เพราะการเกิดสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่รอบตัว ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง และปัจจัยภายนอกร่างกาย ในบรรยากาศทุกๆตารางนิ้วมีแบคทีเรียในบรรยากาศกระจายอยู่ทั่วๆไป ซึ่งพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ผิวหนังสกปรก สามารถเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อทำการรักษาสิวอักเสบหายเป็นปกติแล้ว จึงต้องมีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ.

การป้องกันการเกิดสิวอักเสบต้องทำอย่างไร?

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า 2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ 3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic) 4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า 5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้ 6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม 7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป 8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว.

การดูแลเกี่ยวกับสิวอักเสบในเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยในการลดสิวอักเสบและป้องกันสิวอักเสบได้ในระดับหนึ่ง

1. ล้างหน้าด้วยสบู่เหลวอ่อนๆ 2. ถ้าผิวหน้ามันมาก ก็ให้ใช้กระดาษซับไขมันออก 3. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป ควรใช้ครีมอ่อนๆ  4. หลีกเลี่ยงที่อับชื้นและที่มีมลพิษมากๆ 5. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีใดๆก่อนเข้านอน 6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบได้ 7. อย่าปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเป็นเวลานานๆ 8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ 9. อย่าใช้มือแกะเกาบริเวณที่เป็นสิว เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ 10. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียด หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ 11. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณไขมันมากๆ.

ในการจัดการแก้ปัญหาสิวอักเสบและป้องกันการเกิดสิวอักเสบ สรุปปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้น 2 ประการ คือ ปัจจัยจากภายในร่างกาย และปัจจัยจากภายนอกร่างกาย โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบส่วนใหญ่คือ แบคทีเรีย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ในการแก้ไขปัญหาสิวอักเสบ สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ การลดหรือกำจัดปัจจัยภายนอกให้ได้มากที่สุด ซึ่งตัวหลักก็คือ แบคทีเรีย ที่ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น.

การรักษาสิวอักเสบทำอย่างไร?

บรรดาสิวอักเสบทั้งหมดที่กล่าวมานี้ล้วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยการเกิดทั้งสิ้น นั่นก็คือ ปัจจัยจากภายในร่างกายของเรา และปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น สิ่งแวดล้อม มลพิษต่างๆรวมถึงเชื้อแบคทีเรียในบรรยากาศที่มีบทบาทก่อให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบของผิวหนังส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงสิวอักเสบด้วย ปัจจัยภายในบางอย่างเราอาจแก้ไขอะไรไม่ได้หรือแก้ได้ยาก อาจกระทบต่อความสมดุลของร่างกายได้ แต่ปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก เราแก้ไขและควบคุมได้ง่ายกว่า

จึงมีคำกล่าวที่ว่า การแก้ปัญหาสิวอักเสบ ถ้าแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียได้ ก็เท่ากับแก้ปัญหาสิวอักเสบได้ด้วย เพราะตัวการที่ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ส่วนใหญ่คือเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง แต่ถ้าแก้ไขได้ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในได้ก็ยิ่งเป็นการดีสมบูรณ์แบบ แต่จะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก.

จะแก้ปัญหาเชื้อแบคทีเรียและไขมันส่วนเกินได้อย่างไร?

ปฏิกิริยาระหว่างไขมันที่ร่างกายของเราขจัดออกมาตลอดเวลาผ่านทางผิวหนัง กับเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ดังนั้นเพื่อลดการเกิดการอักเสบ จึงควรหมั่นความสะอาดผิวหนัง เพื่อขจัดไขมันและแบคทีเรียออกไป แต่อาจจะป้องกันได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เหตุเพราะเราต้องสัมผัสอยู่กับสิ่งแวดล้อมและแบคทีเรียอยู่ตลอดเวลาแบบหลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นจึงนิยมลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆด้วยการปฏิบัติดังนี้.

1. รักษาความสะอาด ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดความมัน

2. หลังทำกิจกรรม ที่มีเหงื่อออกมาก ควรล้างหน้าทุกครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ความมัน และแบคทีเรียบนใบหน้า

3. ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ที่มีสามารถขจัดแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว หรือที่มีส่วนผสม ของสารสกัดจากพืชธรรมชาติ ที่เหมาะกับสภาพผิว

4. ระหว่างที่เป็นสิว ควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ใส่ผม หรือเครื่องสำอางที่มีความเหนียวเหนอะหนะ  เพราะสารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะตกค้างอยู่แถวๆตีนผม ซึ่งจะทำให้เกิด การระคายเคืองและเป็นสิวขึ้นได้

5. ห้ามบีบหรือแกะสิวเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษาได้ยาก

6. ควรรักษาสุขภาพ โดยทั่วไปให้ดีอยู่เสมอ  เช่น รับประทานผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ และน้ำสะอาด ให้มากๆ

7. พยายามอย่าเครียดหรือนอนดึก พักผ่อนให้เพียงพอ การเครียดมากๆจะทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก

แนวทางในการดูแลและรักษาสิวอักเสบและการป้องกันการเกิดสิวอักเสบ
1 ) การรักษาสิวอักเสบ ด้วยการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ( P. Acne  ) 2 ) การป้องกันการเกิดสิวอักเสบ เมื่อกำจัดสิวอักเสบได้แล้ว ต้องทำการป้องกันการเกิดสิวอักเสบที่จะหวนกลับมาเป็นเป็นอีก เพราะการเกิดสิวอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่รอบตัว ทั้งจากปัจจัยภายในร่างกายของเราเอง และปัจจัยภายนอกร่างกาย ในบรรยากาศทุกๆตารางนิ้วมีแบคทีเรียในบรรยากาศกระจายอยู่ทั่วๆไป ซึ่งพร้อมที่จะทำปฏิกิริยากับผิวของเราได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะช่วงที่ผิวหนังสกปรก สามารถเกิดสิวอักเสบขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น เมื่อทำการรักษาสิวอักเสบหายเป็นปกติแล้ว จึงต้องมีการป้องกันการเกิดสิวอักเสบอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ.

การป้องกันการเกิดสิวอักเสบต้องทำอย่างไร?

1. หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว เช่น เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่เพิ่มความมันบนใบหน้า การนวดและการขัดหน้า 2. การทำความสะอาดผิวหน้า ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าหรือคลีนเซอร์อย่างอ่อน (gentle cleanser) ที่ไม่มีฟอง เพียงวันละ 2-3 ครั้งเท่านั้น (ขึ้นกับความมันของผิวหน้า) ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไป เพราะความเป็นด่างของสบู่จะระคายผิว และก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ 3. หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (oil free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าไม่ก่อให้เกิดสิว (non-acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedongenic) 4. อย่าใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสใบหน้า 5. อย่าบีบ หรือแกะหัวสิวให้แตก เพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น หายช้าลง หรือทำให้เกิดแผลเป็นได้ 6. ควรสระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมันและลงมาปรกตามใบหน้า พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผมหรือโฟมแต่งผม 7. พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป 8. ในกรณีที่เป็นสิวหัวหนองขนาดใหญ่หลายๆเม็ด หรือมีอาการอักเสบมาก ควรพบแพทย์ เพราะจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะได้ไม่เกิดแผลเป็นจากสิว

การจัดการกับต้นเหตุของปัญหาสิวอักเสบ มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของสิวอักเสบ จัดการกับปัจจัยนั้นๆ และที่จัดการได้ง่ายที่สุดก็คือการจัดการกับแบคทีเรียก่อน แต่ปัญหาก็คือแบคทีเรียมีกระจากยทั่วไปหมดในบรรยากาศและเซลล์ผิวหนัง จะจัดการกับมันอย่างไรดีจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด จงเลือกวิธีนั้นได้เลย.

Leave a comment

LEAVE A REPLY